search  
 
-A +A
 
www.prakobbeef.co.th หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ข่าวและกิจกรรม ติดต่อเรา        
ร่วมทีมกับเรา
 
 
เนื้อโคขุนเพื่อสุขภาพ

การบริโภคเนื้อเนื้อวัว เนื้อโคขุน เพื่อสุขภาพ” นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจและควรรู้เป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังนิยมชมชอบการบริโภคเนื้อเนื้อวัว เนื้อโคขุน โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการบริโภคเนื้อวัว เนื้อโคขุนเพื่อสุขภาพของร่างกาย สรุปได้คือ

1. เนื้อวัว เนื้อโคขุน เป็นแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนสูงเป็นโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนะสูงและถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้เกือบหมดเนื้อสัตว์มีโปรตีนอยู่สูงถึงและมีกรดอะมิโนในปริมาณสูงเมื่อเทียบกับปริมาณโปรตีนที่ได้จากอาหารอื่น

2. เนื้อวัว เนื้อโคขุนประกอบด้วยวิตามินหลายอย่างได้แก่ B1, B6, B12, A, D, E, KและC โดยเฉพาะวิตามิน C มีอยู่มากในผลิตภัณฑ์เนื้อเช่นไส้กรอก แฮม เป็นต้น นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์เนื้อกลุ่มหมักเปรี้ยวเช่น แหนม ซาลามี่ ยังมีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเช่น แลคโตบาซิลัสมีอยู่มากในผลิตภัณฑ์เนื้อเช่นไส้กรอก แฮม เป็นต้น นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์เนื้อกลุ่มหมักเปรี้ยวเช่น แหนม ซาลามี่ ยังมีแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเช่น แลคโตบาซิลัส


3. เนื้อวัว เนื้อโคขุน ประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายและมักจะพบอยู่น้อยมากในแหล่งอาหารอื่นๆแต่จะมีมากในเนื้อสัตว์คือ ธาตุเหล็ก สังกะสี ซีลิเนียม

4. เนื้อวัว เนื้อโคขุนที่จะนำมาปรุงอาหาร หากต้องการความนุ่มควรเป็นเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการบ่มเนื้อ(ageing) เป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีภายในเนื้อได้แก่ การให้เอนไซม์ในเนื้อมีโอกาสมาย่อยโปรตีนบางส่วน ทำให้เนื้อสัตว์พ้นสภาวะการหดตัวอย่างถาวรของเส้นใยกล้ามเนื้อ โดยในสุกรควรบ่มเนื้อประมาณ2วัน ในโคประมาณ7-14วัน เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่มน่ารับประทานมากขึ้น

5. การปรุงอาหารประเภทเนื้อวัว เนื้อโคขุน ควรมีไขมันเนื้อสัตว์ติดปนอยู่กับชิ้นเนื้อบ้าง เพราะจะทำให้เนื้อนั้นไม่กระด้างเมื่อถูกความร้อนขณะปรุงอาหารโดยไขมันจะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดการสูญเสียน้ำไปได้โดยง่าย นอกจากนี้เนื้อเนื้อวัว เนื้อโคขุนที่มีไขมันติดมาบ้างจะมีกลิ่นและรสชาติที่ดีกว่าเนื้อที่ไม่ ติดไขมันเลย

6. เนื้อวัว เนื้อโคขุนจะมีสารพิษตกค้างอยู่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารประเภทอื่นๆที่มีโอกาสของการตกค้างของสารพิษสูงกว่าเช่น ผัก ผลไม้ และอาหารทะเล

7. เนื้อวัว เนื้อโคขุนที่เลาะเอาไขมันและพังผืดออกแล้วจะมีไขมันเป็นองค์ประกอบในปริมาณต่ำคือมีไขมันเป็นองค์ประกอบเพียง1–2%เท่านั้น ดังนั้นเนื้อเนื้อวัว เนื้อโคขุนที่แต่งเอาไขมันออกบ้างแล้วจึงเป็นอาหารที่มีองค์ประกอบทางโภชนาการสูงและให้พลังงานต่ำ

8. การย่างเนื้อวัว เนื้อโคขุนไม่ควรมีไขมันหรือคราบเก่าของไขมันจากสัตว์ที่หยดลงบนภาชนะที่ย่างครั้งก่อนๆติดทิ้งไว้หรือปล่อยให้ไขมันสัตว์หยดลงบนถ่านไฟ เนื่องจากควันไฟที่เกิดจากการที่ไขมันสัตว์ถูกเผาไหม้อาจจะมีสารก่อมะเร็ง ดังนั้นถ้าใช้เตาถ่านในการย่างเนื้อก็ควรเคาะถ่านให้หยดไขมันที่ไหม้ไฟหลุดออกไปหรือการป้องกันที่คือ ย่างไฟฟ้าแบบที่ให้ความร้อนจากด้านบน

นอกจากนี้การใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ปูพื้นเตาไฟฟ้าหรือเตาย่างแบบใช้ก๊าซให้ความร้อนก็ช่วยป้องกันการเกิดติดค้างของไขมันบนเตาย่างได้เป็นอย่างดี

9. การประกอบอาหารจากผลิตภัณฑ์เนื้อที่มีการเติมเกลือไนไตรต์ เพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนของจุลินทรีย์เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์และช่วยให้ผลิตภัณฑ์เนื้อมีสีสันน่ารับประทานมากขึ้นนั้น ไม่ควรให้ความร้อนสูงผ่านโดยตรงกับผลิตภัณฑ์เช่น วิธีการทอดโดยน้ำมันร้อนจัดเพราะอาจมีโอกาสเกิดสารไนโตรซามีนซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งได้

ดังนั้นเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพร่างกายจึงไม่ควรใช้เวลาในการทอดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนานเกินควรหรือใช้ความร้อนสูงเกินความจำเป็นในการทำให้สุก วิธีการที่เหมาะสมในการทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวร้อนควรใช้การลวกในน้ำร้อน หรือโดยการนึ่ง

10. เนื้อแช่เยือกแข็ง(frozen meat) หากผ่านการทำให้ละลายที่ถูกวิธีจะรักษาคุณภาพคงเดิมไว้ได้ตามปกติการเก็บรักษาเนื้อสัตว์โดยวิธีการแช่แข็ง(-18 ถึง-30องศาเซลเซียส) จะช่วยให้สามารถเก็บรักษาเนื้อไว้ได้นานโดยไม่เสื่อมคุณภาพและหากนำเนื้อสัตว์แช่แข็งมาทำการละลาย(thawing) อย่างถูกวิธีจะไม่ทำให้คุณค่าทางโภชนะของเนื้อสัตว์นั้นลดลงไปแต่ถ้านำไปละลายโดยไม่ถูกวิธีเมื่อนำเนื้อสัตว์นั้นไปประกอบอาหารจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนลดลงได้ เนื้อที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(quick frozen) สามารถนำมาทำให้ละลายอย่างรวดเร็วได้โดยการนำเนื้อที่ได้ดังกล่าวใส่ในถุงพลาสติกที่ปิดสนิทแล้วแช่ในน้ำอุ่น

แต่ถ้าเนื้อที่ผ่านการแช่แข็งแบบธรรมดาควรนำมาทำให้ละลายอย่างช้าๆโดยการนำไปใส่ภาชนะแล้ววางไว้ในตู้เย็นซึ่งจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน หากต้องการให้ละลายเร็วก็ควรนำมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องแต่ทั้งนี้ต้องระวังการปนเปื้อนจุลินทรีย์ด้วยซึ่งจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าอุณหภูมิในเนื้อนั้นเพิ่มขึ้น

ส่วนเนื้อแช่แข็งที่ผ่านการละลายแล้วไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งอีก เนื่องจากคุณค่าทางโภชนะได้ลดลงและเนื้อได้มีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในระหว่างการละลายน้ำแข็ง

แหล่งที่มา : http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/32905



 
  | หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวและกิจกรรม | ติดต่อเรา |      
  ©Copyright 2002-2018 All rights reserved.
PRAKOB BEEF PRODUCTS CO.,LTD
131 MOO.7 NONGKOB
Tel : 093-6154242 Fax: 032287099
Email : prakobbeef@gmail.com
 
  Web hosting | Website เว็บไซต์สำเร็จรูป by Ninenic